ประเด็นสำคัญ

ในภาวะปกติ ทองคำมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่วิ่งสวนทางกับหุ้น แต่ข้อมูลจาก World Gold Council ชี้ให้เห็นว่าความสัมพันธ์นี้มีความซับซ้อนกว่านั้น โดยเฉพาะเมื่อตลาดเข้าสู่ช่วงวิกฤตหรือความไม่แน่นอนสูง

ในช่วงตลาดตกต่ำอย่างรุนแรง ราคาทองคำมักจะแสดงความสัมพันธ์เชิงลบกับหุ้น นั่นหมายความว่าในขณะที่หุ้นปรับตัวลดลงมากกว่า 2 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทองคำมีแนวโน้มที่จะรักษาเสถียรภาพหรือเพิ่มราคาขึ้น เพื่อทำหน้าที่เป็นเครื่องกันชนให้กับพอร์ตการลงทุน

บริบทและสาเหตุ

ความแตกต่างของพฤติกรรมนี้เกิดจากธรรมชาติสองด้านของทองคำ คือ既是สินทรัพย์ลงทุนและเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค

เมื่อตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงอย่างหนักในช่วงวิกฤตการเงินโลก (GFC) ระหว่างเดือนธันวาคม 2007 ถึงกุมภาพันธ์ 2009 ราคาทองคำในดอลลาร์สหรัฐกลับเพิ่มขึ้นถึง 21% ในขณะที่สินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ เช่น กองทุนเฮดจ์ฟันด์และอสังหาริมทรัพย์ ล้มเหลวในการทำหน้าที่กระจายความเสี่ยง

แนวโน้มนี้ยังคงปรากฏชัดในยุคปัจจุบัน ในช่วงที่ตลาดหุ้นทั่วโลกมีการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในปี 2022 และ 2025 ราคาทองคำยังคงรักษาผลตอบแทนที่เป็นบวกไว้ได้ ซึ่งแตกต่างจากพันธบัตรรัฐบาลที่เคยมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับหุ้นในช่วงที่เงินเฟ้อสูงขึ้นจนสูญเสียบทบาทในการปรับสมดุลพอร์ต

ผลกระทบต่อผู้ลงทุน

การเข้าใจพลวัตของความสัมพันธ์ระหว่างทองคำและหุ้นช่วยให้ผู้ลงทุนตัดสินใจจัดสรรสินทรัพย์ได้ดีขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในทองคำประมาณ 4% ถึง 15% ในพอร์ตการลงทุนสมมติในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา สามารถช่วยเพิ่มผลตอบแทนที่ปรับตามความเสี่ยงได้จริง โดยทองคำทำหน้าที่เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพเมื่อตลาดมีความผันผวนสูง

รูปแบบการลงทุนมีหลายช่องทางให้เลือกใช้เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการ:

* ทองคำแท่งและเหรียญ: เป็นรูปแบบพื้นฐานที่นักลงทุนทั่วโลกนิยมที่สุด มีสัดส่วนประมาณสองในสามของความต้องการลงทุนในทองคำในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นเจ้าของโดยตรง

* กองทุนรวม (ETF): ช่วยให้ผู้ลงทุนเข้าถึงราคาทองคำได้สะดวกโดยไม่ต้องจัดการเรื่องการจัดเก็บหรือความปลอดภัยเอง โดยมีการซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์เหมือนหุ้นทั่วไป

* สัญญาซื้อขายล่วงหน้า: เหมาะสำหรับนักลงทุนสถาบันที่ต้องการบริหารความเสี่ยงหรือเก็งกำไรในทิศทางของราคา

สิ่งที่ต้องติดตาม

ผู้ลงทุนควรสังเกตว่าความสัมพันธ์ระหว่างทองคำและหุ้นไม่ได้คงที่ตลอดเวลา แต่จะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ

ในช่วงที่ตลาดฟื้นตัวหลังวิกฤต ทองคำอาจแสดงความสัมพันธ์เชิงบวกกับหุ้นได้ เนื่องจากผลจากเงินเฟ้อและความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นซึ่งกระตุ้นความต้องการใช้ทองคำเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค

สิ่งที่ควรจับตามองคือระดับความผันผวนของดัชนีหุ้น หากตลาดเข้าสู่ช่วงที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีการขายขาดจำนวนมาก ทองคำจะมีแนวโน้มทำหน้าที่เป็นเครื่องกันชนได้ดีขึ้น ในขณะที่ในช่วงตลาดขาขึ้น ความสัมพันธ์อาจเปลี่ยนไปขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านเงินเฟ้อและนโยบายการเงิน

แหล่งข้อมูล:

https://www.gold.org/goldhub/how-to-invest

https://www.gold.org/goldhub/research/relevance-of-gold-as-a-strategic-asset/key-attributes-diversification