ออปชั่นเป็นสัญญาทางการเงินที่ให้ผู้ถือสิทธิ์มีสิทธิ์ซื้อหรือขายสินทรัพย์พื้นฐานได้ตามราคาที่กำหนดภายในหรือก่อนวันครบกำหนดของสัญญา ซึ่งสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการสร้าง leverage เพื่อเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน แต่ก็มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะในกรณีที่ราคาสินทรัพย์ลดต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ ทำให้ผู้ลงทุนอาจขาดทุนได้ 100% ของเงินลงทุน
บริบทและสาเหตุ
ในโลกของการลงทุน ผู้ลงทุนต่างมองหาวิธีเพิ่มผลตอบแทนจากเงินลงทุนของตน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนสูง ซึ่งออปชั่นเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สามารถใช้สร้าง leverage ได้ ผ่านการซื้อขายสัญญาที่ให้สิทธิ์ในการซื้อหรือขายสินทรัพย์พื้นฐานตามราคาที่กำหนด ซึ่งช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถควบคุมจำนวนเงินที่ใช้ลงทุนได้น้อยลง แต่ผลตอบแทนที่ได้อาจสูงขึ้น
การใช้ออปชั่นในการลงทุนเป็นกลยุทธ์ที่มีความซับซ้อนและต้องการความเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับกลไกการทำงานของสัญญา ผู้ซื้อสัญญาออปชั่นสามารถเรียกใช้สิทธิ์ในการซื้อหรือขายสินทรัพย์พื้นฐานได้เมื่อราคาของสินทรัพย์พื้นฐานสูงกว่าหรือต่ำกว่าราคาสัญญา ซึ่งหากใช้กลยุทธ์อย่างเหมาะสมอาจทำให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นได้ แต่หากราคาไม่เคลื่อนไหวตามที่คาดการณ์ ผู้ลงทุนอาจขาดทุนได้ 100% ของเงินลงทุนในกรณีที่สัญญาหมดอายุโดยไม่มีค่า
ผลกระทบต่อผู้ลงทุน
การลงทุนในออปชั่นมีผลกระทบโดยตรงต่อผู้ลงทุนทั้งในด้านผลตอบแทนและความเสี่ยง ผู้ซื้อสัญญาออปชั่นสามารถเรียกใช้สิทธิ์ในการซื้อหรือขายสินทรัพย์พื้นฐานได้เมื่อราคาของสินทรัพย์พื้นฐานสูงกว่าหรือต่ำกว่าราคาสัญญา ซึ่งหากใช้กลยุทธ์อย่างเหมาะสมอาจทำให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นได้ แต่หากราคาไม่เคลื่อนไหวตามที่คาดการณ์ ผู้ลงทุนอาจขาดทุนได้ 100% ของเงินลงทุนในกรณีที่สัญญาหมดอายุโดยไม่มีค่า
การซื้อขายออปชั่นสามารถสร้าง leverage ผ่านเงื่อนไขของสัญญา และมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้ 100% ของเงินลงทุนในกรณีที่ราคาหุ้นลดต่ำกว่าราคาสั่งซื้อ (strike price) ซึ่งหมายความว่าผู้ลงทุนไม่สามารถคาดการณ์ผลตอบแทนได้อย่างแน่นอน และอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดหากสัญญาหมดอายุโดยไม่มีค่า ความเสี่ยงนี้มีมากกว่าการลงทุนในสินทรัพย์ธรรมดา เนื่องจากสัญญาออปชั่นมีการกำหนดราคาใช้สิทธิ (strike price) และวันครบกำหนด (expiration date) ซึ่งส่งผลต่อค่าของสัญญาและโอกาสในการทำกำไร
สิ่งที่ต้องติดตาม
ผู้ลงทุนควรติดตามปัจจัยหลายอย่างเมื่อพิจารณาใช้ออปชั่นในการลงทุน ได้แก่ ราคาของสินทรัพย์พื้นฐาน ความผันผวนของตลาด วันครบกำหนดของสัญญา และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ รวมถึงควรเข้าใจว่าการซื้อขายออปชั่นสามารถสร้าง leverage ผ่านเงื่อนไขของสัญญา และมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้ 100% ของเงินลงทุนในกรณีที่ราคาหุ้นลดต่ำกว่าราคาสั่งซื้อ ผู้ลงทุนควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนใช้เครื่องมือเหล่านี้
การใช้ออปชั่นในการลงทุนไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้ลงทุนต้องเข้าใจว่าสัญญาออปชั่นประกอบด้วยหลายองค์ประกอบ เช่น ราคาใช้สิทธิ (strike price), วันครบกำหนด (expiration date), และประเภทของสัญญา (call หรือ put) ซึ่งแต่ละองค์ประกอบมีผลต่อความเสี่ยงและผลตอบแทนของสัญญา ผู้ลงทุนควรพิจารณาถึงความสามารถในการรับความเสี่ยง และต้องมีแผนการจัดการความเสี่ยงอย่างชัดเจน
การใช้ leverage ในออปชั่น
การลงทุนแบบใช้ leverage สามารถทำให้ผลตอบแทนของ الاستثمارเพิ่มขึ้นได้ โดยวิธีการที่ใช้ประกอบด้วย การกู้เงิน (margin), การใช้ออปชั่น, หรือการลงทุนในตราสารที่ใช้ leverage เช่น ETF ที่มี leverage ซึ่งสัญญาออปชั่นเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ leverage ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การใช้ออปชั่นในการลงทุนสามารถสร้าง leverage ผ่านเงื่อนไขของสัญญา โดยผู้ซื้อสัญญาออปชั่นต้องจ่ายเงินเพียงส่วนหนึ่งของราคาสินทรัพย์พื้นฐาน แต่ได้รับสิทธิในการซื้อหรือขายสินทรัพย์ในราคาที่กำหนด ซึ่งหากราคาสินทรัพย์เคลื่อนไหวในทางที่คาดการณ์ไว้ ผู้ลงทุนสามารถทำกำไรได้มากกว่าการลงทุนโดยตรง อย่างไรก็ตาม การใช้ leverage นี้ก็มีความเสี่ยงสูง เพราะหากราคาเคลื่อนไหวในทางตรงข้าม ผู้ลงทุนอาจขาดทุนได้ 100% ของเงินลงทุน
ตัวอย่างการใช้ออปชั่น
ตัวอย่างเช่น การซื้อสัญญาออปชั่นแบบ call ที่มีราคาใช้สิทธิ 70 บาท ซึ่งหากราคาหุ้นเพิ่มขึ้นเกิน 70 บาท ก่อนวันครบกำหนด ผู้ลงทุนสามารถเรียกใช้สิทธิ์ในการซื้อหุ้นในราคา 70 บาท แล้วขายหุ้นในตลาดที่มีราคาสูงกว่า ทำให้ได้กำไร แต่หากราคาหุ้นลดต่ำกว่า 70 บาท ก่อนวันครบกำหนด สัญญาจะหมดอายุโดยไม่มีค่า และผู้ลงทุนจะขาดทุนไป 100% ของเงินลงทุน
ในทางกลับกัน การซื้อสัญญาออปชั่นแบบ put สามารถใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลดลงของราคาหุ้น ผู้ซื้อสามารถเรียกใช้สิทธิ์ในการขายหุ้นในราคาที่กำหนด แม้ว่าราคาตลาดจะต่ำกว่าราคาที่กำหนด ซึ่งช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถลดความเสี่ยงได้ แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้ 100% ของเงินลงทุนหากสัญญาหมดอายุโดยไม่มีค่า
ความเสี่ยงและข้อควรระวัง
การลงทุนในออปชั่นมีความเสี่ยงสูงมาก โดยเฉพาะในกรณีที่ราคาสินทรัพย์ไม่เคลื่อนไหวตามคาดการณ์ ผู้ซื้อสัญญาออปชั่นต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อสิทธิ์ในการซื้อหรือขายสินทรัพย์พื้นฐาน แต่หากราคาไม่เคลื่อนไหวตามที่คาดการณ์ ผู้ลงทุนอาจขาดทุนได้ 100% ของเงินลงทุน
นอกจากนี้ ผู้ขายสัญญาออปชั่น (option writer) ยังมีความเสี่ยงมากกว่าผู้ซื้อ เนื่องจากหากราคาสินทรัพย์เคลื่อนไหวในทางที่ไม่คาดคิด ผู้ขายอาจต้องรับความเสียหายได้ไม่จำกัด ตัวอย่างเช่น การขายสัญญา call แบบ naked (ไม่มีการซื้อสัญญา put ป้องกัน) ซึ่งหากราคาหุ้นเพิ่มขึ้นมาก ผู้ขายอาจต้องจ่ายเงินมากกว่าที่คาดไว้
สรุป
ออปชั่นเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ให้สิทธิ์ในการซื้อหรือขายสินทรัพย์พื้นฐานตามราคาที่กำหนด ซึ่งสามารถใช้เพื่อสร้าง leverage และเพิ่มผลตอบแทนได้ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในออปชั่นต้องการความเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับกลไกการทำงานและมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะในกรณีที่ราคาสินทรัพย์ไม่เคลื่อนไหวตามคาดการณ์ ผู้ลงทุนควรตระหนักถึงความเสี่ยงเหล่านี้ และพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนใช้เครื่องมือในการลงทุน
แหล่งข้อมูล:
- An Introduction to Options – Investor Bulletin | Investor.gov | https://www.investor.gov/introduction-investing/general-resources/news-alerts/alerts-bulletins/investor-bulletins-63
- Leveraged Investing Strategies – Know the Risks Before Using These Advanced Investment Tools | Investor.gov | https://www.investor.gov/introduction-investing/general-resources/news-alerts/alerts-bulletins/investor-bulletins/leveraged-investing-strategies-know-risks-using-these-advanced-investment-tools

