การตัดสินใจลงทุนมักถูกขัดขวางโดยอคติทางความคิดที่ไม่ได้เกิดจากการขาดข้อมูล แต่เกิดจากกลไกทางจิตวิทยาโดยธรรมชาติ แดเนียล คาเนแมน เริ่มงานวิจัยที่ได้รับรางวัลในช่วงปลายทศวรรษ 1960 โดยนำจิตวิทยาการรู้คิดมาศึกษากระบวนการทางจิตใจที่ใช้ในการสร้างการตัดสินใจและเลือกทางเศรษฐกิจ งานวิจัยของเขาส่งผลให้เกิดสาขาเศรษฐศาสตร์แขนงใหม่คือทฤษฎีความคาดหวัง ซึ่งช่วยอธิบายว่าทำไมมนุษย์จึงตอบสนองต่อความไม่แน่นอนในแบบที่ต่างจากการคำนวณทางสถิติแบบดั้งเดิม
ประสบการณ์ส่วนตัวของคาเนแมนในช่วงที่ทำงานเป็นผู้ประเมินผู้สมัครทหาร ช่วยเปิดเผยให้เห็นถึงข้อจำกัดของสัญชาตญาณ มนุษย์มักมีความพร้อมที่จะทำนายผลการดำเนินงานในอนาคตอย่างสุดโต่งบนพื้นฐานของตัวอย่างพฤติกรรมขนาดเล็ก ซึ่งสิ่งนี้ขัดแย้งกับหลักการทางสถิติที่คำทำนายควรมีความสุดโต่งน้อยกว่าข้อมูลที่เป็นพื้นฐาน การประเมินเช่นนี้มักสร้างภาพลวงตาของความถูกต้อง ทำให้ผู้ประเมินเชื่อมั่นว่าสามารถทำนายผลได้อย่างแม่นยำ แม้ในจริงแล้วความสามารถดังกล่าวจะมีน้อยจนแทบไม่มีนัยสำคัญต่อผลลัพธ์ที่แท้จริง
ภาพลวงตาของความถูกต้องและการทำนายสุดโต่ง
การประเมินผู้สมัครทหารและการทำนายผลการปฏิบัติงาน
ในช่วงปี ค.ศ. 1954 แดเนียล คาเนแมน ถูกเรียกเก็บร่างเข้าประจำการเป็นร้อยโท และหลังจากทำหน้าที่ผู้นำกองร้อยได้หนึ่งปี เขาถูกโอนย้ายไปสังกัดฝ่ายจิตวิทยาของกองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล หน้าที่หลักคือการสัมภาษณ์ผู้สมัครทหาร โดยมีคำสั่งให้สร้างภาพรวมและให้คะแนนประเมินว่าผู้สมัครคนนั้นคาดว่าจะปฏิบัติงานในหน่วยรบได้ดีเพียงใด ในกระบวนการนี้ ผู้ประเมินจะมองหาการแสดงออกของบุคลิกภาพและพบรูปแบบที่หลากหลาย เช่น ผู้นำที่แท้จริง ผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์ ผู้โอ้อวด และผู้ขี้ขลาด
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จากการประเมินไม่ได้ทำนายเกณฑ์ความสำเร็จที่องค์กรสนใจได้อย่างแม่นยำเพียงพอ ความสามารถของผู้ประเมินในการทำนายผลการปฏิบัติงานของผู้สมัครในโรงเรียนนายร้อยมีค่าต่ำมากจนแทบจะไม่มีนัยสำคัญ สิ่งนี้ส่งผลให้เกิดภาพลวงตาของความถูกต้อง ซึ่งทำให้ผู้ประเมินเชื่อมั่นว่าสามารถทำนายผลได้อย่างแม่นยำ แม้ในจริงแล้วความสามารถดังกล่าวจะมีน้อยมาก
ความขัดแย้งระหว่างสัญชาตญาณกับการทำนายที่ควรเป็น
ลักษณะที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับภาพลวงตาของความถูกต้อง คือความพร้อมของผู้ประเมินในการทำนายผลการปฏิบัติงานในอนาคตอย่างสุดโต่ง บนพื้นฐานของตัวอย่างพฤติกรรมขนาดเล็ก สิ่งนี้ขัดแย้งกับหลักการทางสถิติที่คำทำนายควรมีความสุดโต่งน้อยกว่าข้อมูลที่เป็นพื้นฐานของคำทำนาย แนวคิดนี้เป็นสิ่งที่ขัดกับสัญชาตญาณอย่างลึกซึ้ง ซึ่งคาเนแมนเข้าใจชัดเจนก็เมื่อได้สอนวิชาสถิติในภายหลัง
ทฤษฎีความคาดหวังและการตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอน
การนำจิตวิทยาการรู้คิดมาศึกษากระบวนการทางจิตใจ
แดเนียล คาเนแมน เริ่มงานวิจัยที่ได้รับรางวัลในช่วงปลายทศวรรษ 1960 โดยมุ่งเน้นเพื่อเพิ่มความเข้าใจว่าผู้คนตัดสินใจทางเศรษฐกิจอย่างไร เขาได้นำจิตวิทยาการรู้คิด (Cognitive Psychology) มาใช้ศึกษากระบวนการทางจิตใจที่ใช้ในการสร้างการตัดสินใจและการเลือกทางเศรษฐกิจ
การกำหนดรูปแบบของสาขาเศรษฐศาสตร์แขนงใหม่
ผลจากงานวิจัยด้านการตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอนของคาเนแมน ได้ส่งผลให้เกิดการกำหนดรูปแบบของสาขาเศรษฐศาสตร์แขนงใหม่ที่มีชื่อว่า ทฤษฎีความคาดหวัง (Prospect Theory)
การตอบสนองต่อภัยคุกคามและวิวัฒนาการทางความคิด
แดเนียล คาเนแมน ชี้แจงว่าการตอบสนองต่อภัยคุกคามช่วยให้มนุษย์รอดชีวิตผ่านประวัติศาสตร์วิวัฒนาการ
ข้อจำกัดและความเสี่ยงของการพึ่งพาสัญชาตญาณ
ความเต็มใจในการทำนายจากตัวอย่างพฤติกรรมขนาดเล็ก
ในกระบวนการประเมินผู้สมัครทหาร คาเนแมนและทีมงานได้รับคำสั่งให้สร้างภาพรวมและให้คะแนนประเมินว่าผู้สมัครจะทำงานในหน่วยรบได้ดีเพียงใด โดยมองหาการแสดงออกของบุคลิกภาพที่หลากหลาย เช่น ผู้นำที่แท้จริง ผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์ ผู้โอ้อวด หรือผู้ขี้ขลาด อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จากการประเมินนี้ไม่ได้ทำนายเกณฑ์ความสำเร็จที่องค์กรสนใจได้อย่างแม่นยำเพียงพอ ความสามารถในการทำนายผลการปฏิบัติงานในโรงเรียนนายร้อยมีค่าต่ำมากจนแทบไม่มีนัยสำคัญ ซึ่งนำไปสู่ภาพลวงตาของความถูกต้องที่ทำให้ผู้ประเมินเชื่อมั่นว่าสามารถทำนายผลได้แม่นยำ แม้ในจริงแล้วความสามารถดังกล่าวจะมีน้อยมาก
ลักษณะที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับภาพลวงตานี้ คือความเต็มใจของผู้ประเมินในการทำนายผลการปฏิบัติงานในอนาคตอย่างสุดโต่ง บนพื้นฐานของตัวอย่างพฤติกรรมขนาดเล็ก แนวคิดนี้ขัดแย้งกับหลักการทางสถิติที่คำทำนายควรมีความสุดโต่งน้อยกว่าข้อมูลที่เป็นพื้นฐานของคำทำนาย คาเนแมนระบุว่าเขามีความเข้าใจชัดเจนเกี่ยวกับความขัดแย้งนี้ก็เมื่อได้สอนวิชาสถิติในภายหลัง เนื่องจากแนวคิดดังกล่าวเป็นสิ่งที่ขัดกับสัญชาตญาณอย่างลึกซึ้ง
ข้อควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจลงทุน
การพึ่งพาความรู้สึกหรือภาพรวมจากข้อมูลจำกัดอาจนำไปสู่การประเมินที่สุดโต่งเกินจริง ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ควรระวังในการตัดสินใจลงทุน การเข้าใจว่าความสามารถในการทำนายจากตัวอย่างขนาดเล็กมักมีน้อยจนแทบไม่มีนัยสำคัญ ช่วยให้ผู้ลงทุนตระหนักถึงข้อจำกัดของสัญชาตญาณ การตรวจสอบว่าข้อมูลที่ใช้ในการตัดสินใจมีความสุดโต่งมากกว่าพื้นฐานข้อมูลหรือไม่ จึงเป็นขั้นตอนสำคัญในการลดผลกระทบจากภาพลวงตาของความถูกต้อง
สรุป
งานวิจัยของแดเนียล คาเนแมน ซึ่งเริ่มในช่วงปลายทศวรรษ 1960 ได้เปลี่ยนแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ผ่านการนำจิตวิทยาการรู้คิดมาศึกษากระบวนการทางจิตใจในการตัดสินใจทางเศรษฐกิจ ผลลัพธ์สำคัญคือการเกิดทฤษฎีความคาดหวัง (Prospect Theory) ที่อธิบายกลไกการตอบสนองต่อความไม่แน่นอนของมนุษย์ ซึ่งต่างจากการคำนวณสถิติแบบดั้งเดิม ประสบการณ์จากการประเมินผู้สมัครทหารเผยให้เห็นถึงภาพลวงตาของความถูกต้องและความพร้อมในการทำนายผลอย่างสุดโต่งจากตัวอย่างพฤติกรรมขนาดเล็ก แม้ความสามารถในการทำนายจะมีน้อยจนแทบไม่มีนัยสำคัญ แนวคิดนี้ขัดกับสัญชาตญาณอย่างลึกซึ้ง แต่ช่วยอธิบายว่าทำไมสมองจึงให้ความสำคัญกับข้อมูลบางประเภทมากกว่าการวิเคราะห์แบบสมเหตุสมผล การเข้าใจรากฐานทางวิวัฒนาการของการตอบสนองต่อภัยคุกคามและข้อจำกัดของสัญชาตญาณ จึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการตระหนักถึงอคติที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุน
แหล่งข้อมูล

